อ่ะแฮ่ม อ่ะแฮ่ม...หายหน้าหายตาแอบไปสิงอยู่ใน FB ผันตัวเองเป็นเกษตรกรมาเกือบครึ่งปี แถมหนีไปตะลอนแดนมังกรต่ออีกครั้งหลังจากจบทริปปักกิ่ง-ฮาร์บิน ทิ้งบ้านหลังนี้ไว้ให้แมงมุมชักใยเล่นจนหนาเตอะ หวนกลับมาอีกทีแทบแหวกหาทางเข้าไม่เจอ แหะ แหะ
 
เมื่อวานนั่งปลูกผักกะดูเกมพันหน้า เค้าเอาหน้ากากมายาคล้าย ๆ กับการแสดงโชว์เปลี่ยนหน้ากากของจีนมาแสดง ก็คล้าย ๆ กันเพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการแสดงและหน้ากากนิดหน่อย ดูเพลินดีเหมือนกัน แต่ยังไม่เนียนเหมือนของจีน ไปจีนมาสองรอบ ก็ไม่พลาดการแสดงสุดโปรดที่ต้องหาทางดิ้นรนตะเกียกตะกายถ่อสังขารไปดูให้ได้ที่เสฉวน ปีหน้า รับรอง ไม่พลาด เจอกันแน่...ฟันธง Kiss
 
ชอบมากกกกกกกก เคยพยายามจับผิดตามติดนักแสดง แม่เอ๊ย....สะบัดสองทีเปลี่ยนได้สามหน้า ว้าว!!!
 
ว่าแล้วก็เอาซะหน่อย โหมโรงพอเป็นพิธี จะได้รู้ว่าความเป็นมามันเป็นยังไง 555+
 
"การแสดงอุปรากรจีนเปลี่ยนหน้ากาก"  (simplified Chinese: 变脸; traditional Chinese: 變臉; pinyin: Biàn Liǎn; literally "Face-Changing") เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน หนึ่งเดียวของจีนที่เต็มไปด้วยปริศนาเร้นลับมาตั้งแต่สมัยของจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง (เก่าแก่มากกกกก) มรดกอันเก่าแก่สืบทอดเฉพาะของคนในตระกูล เป็นการแสดงศิลปะที่ยากที่สุด โดยใช้เทคนิคและทักษะเฉพาะตัวจริง ๆ ของใครของมันห้ามลอกเลียนแบบ ด้วยการวาดลวดลายในการร่ายรำ อวดเรียวแขนขาและการสะบัดเปลี่ยนหน้ากากบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว หันซ้าย หันขวา ไอ๋หยา...ได้มาอีกหน้าเลี้ยวววว - -"

จุดเริ่มต้นของการแสดงเปลี่ยนหน้ากากมีประวัติความเป็นมายาวนาน นักแสดงจะทาน้ำมันลงบนใบหน้า และใช้ผงฝุ่นที่มีสีสันจำนวนมากจากภาชนะที่ซ่อนอยู่ตามมุมของเวที เมื่อเวลาที่ต้องการเปลี่ยนสีบนใบหน้า จะใช้วิธีการเป่าผงฝุ่นให้ดูดซึมเข้าสู่น้ำมันบนใบหน้า เป็นการแสดงของมืออาชีพที่ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่า นักแสดงเหล่านั้นสามารถเป่าผงฝุ่นเพื่อใช้เปลี่ยนสีบนใบหน้าของตัวเองด้วย ความแม่นยำในเวลาไม่เกิน 2-3 วินาทีได้อย่างไร
 
ต่อมาได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงการแสดง จากผงฝุ่นมาเป็นหน้ากากจีน โดยหน้ากากที่ใช้ในการแสดงแต่เดิมทำมาจากหนังสัตว์ เอามาทำให้นิ่มแล้วตากให้แห้ง (ไม่รู้ว่ากี่แดด) ก่อนจะวาดลวดลายสีสันต่าง ๆ ลงบนหน้ากาก เวลาแสดงต้องใช้ความเร็วในการสับเปลี่ยนใบหน้า แต่หน้ากากหนังสัตว์ค่อนข้างหนาทำให้สับเปลี่ยนได้ยาก ต่อมาได้มีการพัฒนาเปลี่ยนเป็นหน้ากากผ้าไหมแทน เนื่องจากมีความมัน ลื่นและเบาบางกว่า
 
ปัจจุบันอุปปรากรจีนเปลี่ยนหน้ากาก ยังคงรักษาความลับในการแสดงได้อย่างดีเยี่ยม ทางรัฐบาลจีนหวงมาก ถือว่าการแสดงท้องถิ่นของมณฑลเสฉวนนี้เป็นความลับระดับชาติ แม้แต่การแสดงในโรงละคร ผู้แสดงจะต้องเป็นนักแสดงที่มีความเชี่ยวชาญในการแสดงเปลี่ยนหน้ากาก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเปลี่ยนหน้ากากด้วยความรวดเร็ว รุนแรงตามจังหวะดนตรีที่ส่วนมากเป็นดนตรีที่มีแต่ทำนอง
 
อ่ะนะ...นั่นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการแสดง ทีนี้มาดูของสำคัญในการแสดงมั่ง นั่นก็คือหน้ากาก

"หน้ากากจีน" (simplified Chinese: 练铺; traditional Chinese: 練鋪; pinyin:Liǎn Pu) เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในการแสดง ที่ใช้ร่วมกับเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องจัดทำขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับเครื่องแต่งกายที่ใช้สวมใส่มักเป็นเสื้อคลุมหลากสี มีผ้าคลุมไหล่และหมวก ซึ่งต้องเป็นชุดที่ทำขึ้นเป็นพิเศษเช่นเดียวกับหน้ากาก ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดในการแสดงอยู่ที่ของสามอย่างคือหมวก หน้ากาก ชุดและผ้าคลุมไหล่ ออกแบบเฉพาะตัวของใครของมันด้วยนะ Cool
 
แต่เดิมการแสดงเปลี่ยนหน้ากาก เป็นการเปลี่ยนของหน้ากากละครจีน สีที่สะท้อนอารมณ์ของตัวนักแสดงเช่นสีแดงและสีดำหมายถึงความโกรธจนถึงขีดสุด นอกจากจะเป็นการแสดงที่น่ามหัศจรรย์แล้ว อุปรากรจีนนี้ยังแฝงไว้ด้วยแง่คิดและปรัชญาสอนใจให้เห็นอีกด้วยว่า มนุษย์นั้นมีได้หลากหลายใบหน้าและอารมณ์
 
การแสดงเปลี่ยนหน้ากากครั้งแรก ใช้แสดงในเรื่องเกียวกับวีรบุรุษคนหนึ่งของจีน ที่อยากช่วยให้ผู้ที่ยากจนได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่เมื่อเขาถูกเจ้าหน้าที่ทางราชสำนักกล่าวหาว่าทุจริตเกี่ยวกับระบบศักดินา เขาได้ใช้หน้ากากปิดบังอำพรางใบหน้าของตัวเองและหลบหนีไป (อืมมม เก่งเนอะ ใช้แค่หน้ากากก็เอาตัวรอดได้)
 
test border picture
 
การแสดงเปลี่ยนหน้ากาก สามารถเปลี่ยนได้ด้วยการปิด ถู ฉีกหรือเป่าออกจากใบหน้าเพื่อเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงภายใต้หน้ากาก ซึ่งทำขึ้นเป็นพิเศษ หน้ากากที่ใช้แสดงจะต้องแนบชิดสนิทกับใบหน้าของนักแสดง  ทำจากวัสดุที่ยืดหยุ่น ออกแบบลวดลายและวาดด้วยเทคนิคที่แตกต่างกัน ตัดเย็บด้วยด้ายที่โปร่งใสแบบพิเศษ   ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไปทำให้แลดูไม่สวยงาม (แหงละ ถ้าพ่อคุณหน้าเล็กติ๊ดเดียวแต่ดันเอาหน้ากากขนาดยักษ์มาสวม ยังไม่ทันสะบัดมันก็หลุดแว้วววว) และส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนหน้ากากอีกด้วย รวมทั้งเป็นการสร้างความมั่นใจว่าหน้ากากที่ซ้อนกันนั้นจะวางอยู่ใกล้เคียงที่สุดกับพื้นผิวของใบหน้า  

ในปี ค.ศ. 1994 นักแสดงสามารถเปลี่ยนหน้ากากได้ไม่กี่หน้า ต่อมาในปี ค.ศ. 1998 นักแสดงสามารถเปลี่ยนหน้ากากระหว่างการแสดงได้เพิ่มมากขึ้นถึง 8 หน้า ปัจจุบันสามารถเปลี่ยนหน้ากาก 3 หน้าภายในเวลาครึ่งวินาที และเปลี่ยนเพิ่มได้มากขึ้นถึง 18-20 หน้า รวมทั้งสามารถเปลี่ยนหน้ากากที่อยู่ด้านหลังของศรีษะได้อีกด้วย
 
การฝึกฝนการแสดงครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นหัวใจสำคัญในการแสดง การร่ายรำอย่างอ่อนช้อย งดงามแต่แฝงด้วยแข็งแกร่งตลอดเวลาไม่หยุดอยู่กับที่ตามจังหวะดนตรี สลับกับการเคลื่อนไหวตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเช่นฝ่ามือและขาอย่างรวดเร็ว ทำให้กลายเป็นเสนห์อย่างหนึ่งในการแสดงที่น่าทึ่ง
 
เป็นความลับที่เรียกว่า "เส้นผมบังภูเขา" จริง ๆ Foot in mouth
 
 
เห็นครั้งแรกก็ประทับใจ ว้าวววว...พึ่งจะรู้ว่าการหลงใหลอะไรสักอย่างเป็นยังไงนะเนี่ย ก็ต่อเมื่อได้มีโอกาสดูการแสดงเปลี่ยนหน้ากากในไทยหลายครั้ง ครั้งแรกที่ดูคือที่เยาวราชช่วงตรุษจีน ที่นำเอาการแสดงต่าง ๆ ของจีนมาโชว์ เห็นครั้งแรกอึ้งแล้วก็ทึ่งในความสามารถมาก สุดยอดจริง ๆ ที่สามารถเปลี่ยนหน้ากากได้ในพริบตาเพียงแค่สะบัดพัดบังใบหน้าเท่านั้น
 
จากนั้นก็เห็นการแสดงนี้หลายครั้งตามเว็บและโทรทัศน์เช่นรายการตี 10 พยายามศึกษาค้นหาข้อมูลรวมถึงเทคนิคในการแสดง จับจุดเทคนิคจนเกือบจะรู้หมดว่าเค้าแสดงกันยังไง แต่สุดท้ายก็ล้มความตั้งใจไม่ขวนขวายต่อ เพราะการแสดงบางอย่างถ้าล้วงลึกถึงข้อมูลและรายละเอียด การแสดงนั้นก็ไร้ค่าในการที่เฝ้าชม ปล่อยให้เป็นปริศนาแบบนี้แหละดีแล้ว ให้คนดูได้ขบคิดเอาเองว่าทำอย่างไรถึงได้เปลี่ยนหน้ากากได้เร็วขนาดนั้น
 
เหมือนมายากล...ถ้าดูการแสดงมายากลอะไรสักอย่างที่รู้อยู่แล้วว่าเขาทำยังไง ดูให้ตายยังไงก็ไม่สนุก เพราะรู้หมดทุกอย่างว่าต้องทำแบบนี้นะถึงจะทำได้ มันจะกลายเป็นดูการแสดงที่น่าเบื่อ ไร้อารมณ์ร่วมไปกับนักแสดง เพราะอยากรู้มากเองแท้ ๆ
 
และเมื่อครั้งล่าสุดที่ไปปักกิ่ง ก็ได้มีโอกาสดูการแสดงนี้อีกครั้งอย่างใกล้ชิด นักแสดงลงมาประชิดติดตัวผู้ชมเปลี่ยนหน้ากันเห็น ๆ ก็ยังจับไม่ได้ว่าเค้าทำกันยังไง ในโรงละครมีทั้งกล้องดิจิตอลและกล้องถ่ายวีดีโอ ก็ยังจับเทคนิคเค้าไม่ได้สักที เปลี่ยนกันเห็น ๆ แบบจะ ๆ เรียกเสียงฮือฮากันใหญ่
 
การแสดงนี้ในไทยมีผู้แสดงได้ 3 คนเท่านั้น และมีอีก 3 คนที่พยายามเรียนรู้ทักษะเฉพาะตัว แต่ก่อนจีนสงวนสิทธิ์การสอนและถ่ายทอดเคล็ดลับ ให้แก่คนนอกตระกูลและคนต่างชาติ แต่ภายหลังได้มีการเปิดการเรียนการสอนศิลปะการแสดงอุปรากรจีนเปลี่ยนหน้ากากที่ปักกิ่ง เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งศิลปะการแสดงชั้นสูงของจีน (ตอนแรกล่ะทำเป็นหวง) 
 
แอบได้ข้อมูลมาอีกอย่างว่า พระเอกหนังชื่อดังหลิวเต๋อหัวก็เคยทุ่มเงินถึงสามล้านหยวน เพื่อขอเป็นลูกศิษย์ แต่ก็ปิ๋ว...