หลังจากเกาะขอบสนามตัวดำเป็นเหนี่ยง เชียร์แข่งเรือยาวจนเจ็บคอไปหมด แดดชักเปรี้ยงขึ้นทุกที จากเดิมที่กระโดดเหย็ง ๆ อยู่ฝั่งอนุเสาวรีย์พระสุริโยทัย เริ่มโดนคนดูที่มาใหม่เบียด ๆ จนจะตกริมตลิ่งร่วงลงน้ำ เลยต้องเริ่มวางแผนการณ์เตร็ดเตร่ใหม่ เดินย้อนขึ้นไปฝั่งสะพานข้ามแม่้น้ำไปวัดกษัตราธิราชแทนคับ
 
ยังวนเวียนอยู่ในอยุธยาเหมือนเดิม 555+
 
แวะไหว้พระประธานในโบสถ์ แถมด้วยไปเกาะขอบสนามดูแข่งเรือต่ออีกรอบ (ยังไม่อยากไปเลยอ่ะ แต่บ่ายสามกว่าแล้ว ไม่ไหว ร้อนมากกกก) สุดท้ายเลยตัดสินใจเรียกกะป๊อให้ไปส่งที่หมู่บ้านโปรตุเกสแทน มาวังน้อยคราวที่แล้วนั่งรถผ่านแต่ไม่ได้แวะ คราวนี้เลยได้แวะสมใจอยากสักที
 
เรียกได้กะป๊อคันเล็กสีแดง มีลุงแก่ ๆ เป็นคนขับ เจรจาต่อรองให้ลุงไปส่งที่หมู่บ้านโปรตุเกสแล้วรอรับกลับด้วย ลุงทำท่านึกอยู่นานมากแล้วบอกราคามาว่า "ลุงเอา 80 บาทแล้วกัน"...โห! ลุง เรียกทั้งทีแค่ 80 บาทเองเหรอเนี่ย เลยรีบคว้าเป้โดดผลุงขึ้นไปบนรถ กลัวลุงเปลี่ยนใจไม่ไป ฮี่ ๆ ๆ
 
ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาทีจากวัดกษัตราธิราช ลุงก็ซิ่งรถมาถึงหมู่บ้านโปรตุเกสก่อนจะตีโค้งจอดกะป๊อดังพรืด...บ่ายสามโมงกว่าวันนั้นเงียบมากคับ ที่หน้าหมู่บ้านโปรตุเกสเงียบจริง ๆ ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยสักกะนิดเดียว ลงจากรถได้ก็ตกลงกับลุงอีก ว่าจะเข้าไปแป๊ปเดียว ถ่ายรูปเสร็จก็จะกลับออกมา น่าจะไม่เกิน 10 นาที ลุงแกก็ดีจริง ๆ คับ ไม่ว่าอะไรนอกจากพยักหน้าหงึก ๆ แล้วเปิดประตูรถกะป๊อของแก กลับขึ้นไปนั่งมวนยาฉุนจุดสูบพ่นควันสบายใจเฉิบ 
 
หมู่บ้านโปรตุเกส
หมู่บ้านโปรตุเกสในปัจจุบัน
 
หมู่บ้านโปรตุเกสที่ไปเนี่ยนะคับ ตั้งอยู่ที่ตำบลสำเภาล่ม เลยขึ้นไปทางบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านทิศตะวันตก ถ้าวัดตามลำดับเหนือใต้ก็อยู่ทางตอนใต้ของตัวเมืองอยุธยา เป็นหมู่บ้านของชาวโปรตุเกสที่เข้ามาทำการค้าติดต่อกับอยุธยาเมื่อ 600 กว่าปีที่แล้ว สมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 คับ
 
นอกจากจะเป็นหมู่บ้านแล้ว ยังเป็นจุดศูนย์กลางเพื่อเผยแผ่ศาสนาคริสต์อีกด้วยคับ ปัจจุบันหมู่บ้านโปรตุเกสไม่เหลือซากสมบูรณ์ให้เห็นแล้ว แต่ยังคงมีร่องรอยของสิ่งก่อสร้างปรากฎอยู่ พอจะให้ลำดับภาพนึกถึงความเจริญรุ่งเรืองในสมัยนั้นออก นอกจากนั้นยังมีการขุดค้นพบโบราณวัตถุที่สำคัญ ๆ หลายอย่างทีเดียวคับ เช่นโครงกระดูกมนุษย์ เหรียญกษาปณ์ กล้องยาสูบสมัยโบราณและเครื่องใช้ต่าง ๆ ในการประกอบพิธีทางศาสนา
 
สุสานของชาวโปรตุเกส
โครงกระดูกภายในสุสาน
 
เดินท่อม ๆ คนเดียวเข้าสุสาน ขนาดกลางวันแสก ๆ แต่ก็ปอด ๆ เหมือนกันนะคับ แฮ่ ๆ ๆ สภาพด้านนอกเหลือแต่ซากปรักหักพัง มีเพียงป้ายโลหะบอกให้รู้ว่าตรงนี้คืออะไร ถัดไปด้านในเป็นอาคารปููนชั้นเดียวคับ ภายในอาคารเป็นสุสานโครงกระดูกของชาวโปรตุเกส จำนวนหลายโครงทีเดียว กะเอาประมาณ 20 กว่าโครงเห็นจะได้ นอนเรียงรายเป็นตับอยู่ภายในหลุม บางหลุมซ้อนกันหลายโครงก็มีคับ
 
โครงกระดูกภายในสุสาน
โครงกระดูกในสุสาน
 
นอนหลับมานาน
นอนมานานตั้ง 600 กว่าปี 
 
   
โครงกระดูกภายในตู้กระจก สภาพสมบูรณ์มาก
 
โครงกระดูกในสุสาน สภาพสมบูรณ์
โครงกระดูกในสุสาน สภาพสมบูรณ์เหมือนกัน
 
ดา ดา ดา
ดา...ดา...ดา น้าผียิ้มหวานมาก
 
เดินถ่ายรูปอยู่คนเดียวในสุสาน เงียบสงบจริง ๆ รู้สึกหลอนมากกกกก...มองไปทางไหนก็มีแต่โครงกระดูก อุปทานไปเองคับว่ากำลังโฟกัสอยู่แล้วโครงกระดูกยิ้มให้ เย้ยยยยยยย
 
บอกกับลุงไว้ว่าจะเข้าไปแป๊ปเดียวไม่ถึง 10 นาที แต่เอาเข้าจริงเกือบครึ่งชั่วโมงแน่ะ ไม่รู้เพลินอยู่ในสุสานคนเดียวได้ยังไงกัน แต่ได้ภาพโครงกระดูกมาเพียบเลยนะคับ พออยู่นาน ๆ เข้าชักเริ่มหายกลัว เปลี่ยนเป็นชอบแทนละ เริ่มพิจารณาว่าสภาพโครงกระดูกโครงนี้เป็นยังไง เด็กหรือผู้ใหญ่ ฟุ้งซ่านอยู่คนเดียว
 
ออกมาจากสุสานเกือบสี่โมงเย็น เข้าไปนานเหมือนกันแฮะ เดินกลับมาที่รถเหลือแต่กะป๊อ ลุงหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้คับ เก้ ๆ กัง ๆ อยู่พักนึงลุงก็โผล่มาจากด้านหลังสุสาน บอกว่าด้านในมีอีกนะ แต่เป็นสุสานแบบหลุมฝังศพที่มีไม้กางเขน แล้วก็ถามว่าจะไปไหนต่อจะได้ไปส่ง
 
แน่ะ...เจอลุงใจดีเข้าให้อีกแล้ว
 
ลุงบอกว่าข้ามสะพานไปไม่ไกลก็ถึงหมู่บ้านญี่ปุ่น ถ้ามองจากฝั่งของหมู่บ้านโปรตุเกส ก็จะมองเห็นหมู่บ้านญี่ปุ่นที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ จะไปหรือเปล่า ถ้าไปลุงจะไปส่งให้...คิดเพิ่มอีก 50 บาท เป็น 130 บาทเท่านั้น โอย...ลุง ไป ๆ ๆ ให้ลุง 200 บาทเลย
 
นาน ๆ จะเจอลุงคนขับรถกะป๊อใจดีแบบนี้สักทีคับ ชอบจริง ๆ พวกที่ไม่เรื่องมาก จู้จี้จุกจิก บางคันบอกให้รอก็บ่นกระปอดกระแปด คิดค่ารอเพิ่มอีก บอกเป็นค่าเสียรายได้ของเค้าที่ต้องจอดรอ ฮ่วยยยย ไม่รอช้าโดดเกาะกะป๊อลุง ซิ่งไปหมู่บ้านญี่ปุ่นทันทีคับ ลุงพาซึ่งไปอีกรอบด้วยความเร็วเท่าเดิมก่อนจะจอดรอที่ด้านหน้า บอกเดินเที่ยวได้ตามสบายลุงจะรออยู่ตรงนี้  
 
หมู่บ้านญี่ปุ่น
หมู่บ้านญี่ปุ่นที่บูรณะใหม่
 
เดินลงจากรถกะป๊อเข้าประตูไปหน้าตาเฉย คิดว่าเข้าฟรีเหมือนหมู่บ้านโปรตุเกส ยังไม่ทันพ้นประตูด้านหน้าดีเสียงยามตะโกนให้ลั่น "ซื้อบัตรก่อนด้วยครับ" ป่อยยยยย
 
เสียตังค์ค่าเข้าชม 50 บาท ก็มีเจ้าหน้าที่พาไปดูสารคดีในห้อง ก่อนจะพาไปดูด้านในที่จัดแสดงไว้ เป็นการจัดแสดงให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของชาวญี่ปุ่นในสมัยอยุธยาที่ทำการค้าในไทย ภายในไม่กว้างมากนัก เดินวนรอบเดียวก็หมดละ รู้สึกไม่คุ้มค่ากะตังค์ที่เสียไปเลย
 
ไหสังคโลกที่จัดแสดง
ไหสังคโลกที่จัดแสดง
 
สำเภาจำลอง
สำเภาจำลองในสมัยอยุธยา
 
สวนญี่ปุ่น
สวนญี่ปุ่นที่จัดแสดงตามมุมต่าง ๆ
 
ออกมาด้านนอกก็ไม่มีอะไร นอกจากสวนญี่ปุ่นที่จัดแสดงโชว์ตามมุมต่าง ๆ แล้วก็ซุ้มขายของที่ระลึกของญี่ปุ่นเช่นพัดกระดาษ, เสื้อยืดสกรีนลาย รู้สึกว่ามันเป็นของใหม่ที่บูรณะขึ้นโดยไม่เหลือของเดิมไว้เลย ถ้าเทียบกับหมู่บ้านโปรตุเกสฝั่งตรงข้าม ฝั่งโน้นหลงเหลือร่องรอยให้เห็นมากกว่าอีก
 
เดินกลับออกมาหาลุงที่จอดรออยู่ด้านหน้า เห็นลุงนอนเอกขเนกสบายอยู่ท้ายรถ เลยสะกิดลุงบอกดูเสร็จแล้ว ไปส่งที่วิหารหลวงพ่อมงคลบพิตรที ลุงแกก็ดีจริง ๆ ไม่บ่นสักคำ บอกให้ไปไหนก็ไป นี่แหละนะคนขับรถที่แ้ท้จริง ตามใจลูกค้าตลอด ถูกใจมาก...
 
ประทับใจลุงจริง ๆ คับ จากเดิมที่จะให้แก 200 บาท เลยให้ลุงแกเพิ่มอีก 100 บาท เป็น 300 บาท พร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณลุงที่พาเที่ยว อยากให้เห็นสีหน้าของลุงแกตอนนั้นจริง ๆ คับว่าแกดีใจขนาดไหนที่ได้เงิน 300 บาทจากการพารินทร์เที่ยวในช่วงบ่ายสามโมงถึงห้าโมงเย็น
 
ลุงบอกวิ่งรถกะป๊อรับส่งคนเที่ยวละ 10 บาท...เศรษฐกิจแบบนี้ลุงต้องวิ่งกี่รอบกว่าจะได้เงินสัก 100 บาทมาซื้อข้าวกิน ใช้จ่ายในครอบครัว เห็นคนขยันทำมาหากินแบบลุงแล้วทึ่งจริง ๆ เงิน 300 บาทอาจจะดูเล็กน้อยสำหรับบางคน แต่สำหรับลุงหรือใคร ๆ ที่หาเช้ากินค่ำด้วยอาชีพซื่อสัตย์สุจริต ไม่งอมืองอเท้ารอโชคชะตาให้พลิกผันชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น รินทร์ว่าเงินแค่ 300 บาททีี่ให้ลุงแกไปเนี่ย ให้ลุงแกแบบไม่เสียดายเลยล่ะคับ

เจ้ารินทร์ View my profile

Favourites

Recommend