หลังจากนั่งรถเมล์เล่นชมเมืองฮาร์บินจนจุใจ ก็เรียกรกตุ๊กตุ๊กไฮโซสีแดงที่จอดอยู่ริมถนนให้ไปส่งที่ Harbin Jihua Ski Resort ตกลงราคากันอยู่ที่ 80 หยวน ใช้เวลาวิ่งประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ก็ถึง ที่ฮาร์บินลานสกีเยอะมาก (แน่ล่ะ หิมะทั้งนั้น) ส่วนใหญ่จะอยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปไม่ไกลนัก เป็นลานสกีขนาดใหญ่ มีกิจกรรมกลางแจ้งให้เลือกเล่นได้หลายอย่างตามใจชอบ 
 
ก่อนมาฮาร์บิน ตั้งใจเอาไว้ว่าอยากลองเล่นสกีดูสักครั้ง เคยเห็นแต่ในการ์ตูนกับในโทรทัศน์ ลื่นพรืด ๆ ลงมาบนหิมะ ดูท่าทางแล้วไม่น่าจะเล่นยาก แค่ปล่อยตัวให้ลื่นไถลลงมาตามเนิน คงเหมือนกับเล่นสเก็ตบอร์ด ถ้าทรงตัวยืนอยู่ได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหา ล้มก็คงไม่เจ็บเท่าไหร่ หิมะนุ่ม ๆ ฟู ๆ คงจะช่วยรองรับแรงกระแทกได้บ้าง
 
แต่ของจริงใครจะรู้ว่าการเล่นสกีนั้นโคตรจะยาก ล้มแต่ละครั้งเจ็บระบมไปทั้งตัว...
     
สกีรีสอร์ท
Harbin Jihua Ski Resort
 
ตุ๊กตุ๊กไฮโซมาส่งที่ลานสกีร่วม ๆ บ่ายโมง ฟ้าใสมากแถมแดดยังร้อนเปรี้ยง อุณหภูมิยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแม้แต่น้อย ลงจากรถกระโดดย่ำหิมะเข้าลานสกีอย่างร่าเริง ที่ลานสกีแห่งนี้จัดเป็นลานสกีขนาดกลาง มีนักท่องเที่ยวเล่นสกีกันอยู่เป็นกลุ่ม ๆ มีกระเช้าให้บริการพาขึ้นยอดเขาอยู่สองฝั่ง แต่ตอนไปใช้ได้ฝั่งเดียวอีกฝั่งปิดให้บริการ
 
ลมที่ลานสกีพัดแรงแทบยืนไม่อยู่ ยิ่งอยู่กลางแจ้งลมยิ่งทวีความรุนแรงมากกว่าเดิมเ พราะไม่มีสิ่งปะทะขวางแรง ลม จากอาการร่าเริงเป็นกระดี่ได้น้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นกุ้งที่ขดตัวงอหงิก หนาวมาก รู้สึกจมูกหายไปจากใบหน้า ลองเอามือกดลงไปแล้วมีเสียงดังกรอบแกรบเป็น soundtrack ประกอบ ให้ความรู้สึกเหมือนเอาจมูกไปแช่แข็งในช่อง frozen ของตู้เย็น 
 
ยืนตากลมหนาวอยู่ได้ไม่ถึงสิบนาที ต้องรีบเผ่นแน่บเข้า ski house เพื่อหาไออุ่นก่อนที่จะแข็งตายซะก่อน
 
หิมะในลานสกี
หิมะ หิมะ หิมะเต็มลานสกีเลย
 
ภายใน ski house มี heater ให้ความอบอุ่น แบ่งออกเป็นโซนต่าง ๆ เช่นโซนสกี โซนสโนบอร์ด โซนรถแข่งหิมะ (คล้าย ๆ กับรถแข่งคันเล็ก ๆ ไม่รู้เรียกว่าอะไร 10 นาที 100 หยวน) เจ้าหน้าที่ลานสกีใส่เสื้อยืดสีแดงสด มีโลโก้และชื่อของสกีรีสอร์ทปักอยู่ที่ด้านหลัง คอยให้บริการนักท่องเที่ยว ทุกคนที่จะเล่นกีฬากลางแจ้งที่นี่ จะต้องเข้ามาภายใน ski house ซื้อตั๋วแล้วผ่านด่านการแนะนำและให้บริการ รวมทั้งต้องกลับมาให้ทันตามเวลาที่กำหนดด้วย
 
ตรงดิ่งไปโซนสกีก่อนเป็นอันดับแรก อยากลองเล่นมานานแล้ว 555+ ตอนแรกอยากลองเล่นสโนว์บอร์ด แต่คำนวณดูแล้วท่าจะไปไม่รอด เล่นสกีดีกว่าอย่างน้อยก็ยังมีไม้สกีคอยพยุงตัวไว้ไม่ให้ล้ม เจ้าหน้าที่ของลานสกีเห็นยืนเล็งอยู่นานก็เข้ามาให้คำแนะนำในการเล่น ที่ต้องเรียนรู้ทักษะการทรงตัวบนสกี วิธีการถอด-ใส่สกี การเดินในที่ลาดชันรวมทั้งการเบรค (อันหลังนี่สำคัญมาก เล่นแล้วเบรคไม่ได้ตั้งหลายหน)
 
มือใหม่เต็มลานสกี
คนเพียบเลย...แต่ละคนมือใหม่หัดเล่นทั้งนั้น
 
ที่ Harbin Jihua Ski Resort คิดค่าเล่นสกีเป็นชั่วโมง ชั่วโมงละ 50 หยวน ถ้าเหมาเล่น 2 ชั่วโมงจะคิดแค่ 80 หยวน ราคาทั้งหมดรวมค่าเช่าชุดสกี ไม้สกี รองเท้าสกีแต่ไม่รวมค่าขึ้นกระเช้าไปยอดเขา lift ในลานสกีสามารถขึ้นได้ฟรีตลอดเวลา และถ้าอยากได้ครูสอนสกีแบบตัวต่อตัว คิดค่าสอนเพิ่มคนละ 250 หยวน
 
เลือกเล่นสกีแบบเหมา 2 ชั่วโมง 80 หยวน พอจ่ายตังค์ค่าเล่นสกีแล้วเจ้าหน้าที่ก็พาไปวัดขนาดของรองเท้าสกีที่จะใช้ และเลือกชุดสกีที่หนามาก มีหลายสีหลายขนาดให้เลือก จากนั้นก็พาไปเลือกไม้สกีและพาออกมาส่งที่ประตูทางออกด้านหลังของ ski house ที่ทุกคนจะต้องผ่าน
 
รองเท้าสกีใส่แล้วเดินยากโคตร ๆ เวลาเดินจะเหมือนเป็ด ขาจะถ่าง ๆ ทำให้เดินไม่ถนัด เห็นพวกนักสกีมืออาชีพเดินกันหน้าตาเฉย มองแล้วง่ายมากแต่ของจริงไม่ได้ง่ายแบบที่คิดเลย ก้าวขาแต่ละทีหัวจะคะมำไปข้างหน้าตลอด
 
มือใหม่หัดคลาน
มือใหม่ ประเภทหัดเล่นกันเอง
 
ตัวต่อตัว
มือใหม่ ประเภทมีครูสอนตัวต่อตัว
 
ที่บริเวณลานสกีกลางแจ้ง มีนักเล่นสกีมือใหม่และมือเก่าแบบเซียน ๆ กระจายตัวอยู่เต็มไปหมด มีกังหันลมตั้งอยู่เป็นสัญลักษณ์ ตอนอยู่ใน ski house เริ่มรู้สึกร้อนกับชุดสกีที่หนาเทอะทะ แต่พอออกมาที่ลานสกีกับรู้สึกหนาวจับใจ แต่ไม่ถึงกับหนาวมากจนทนไม่ได้ ปักหลักยืนมองหาทำเลเหมาะ ๆ ที่จะเล่นได้โดยสะดวกโดยที่ไม่ไปขวางทางสกีของคนอื่น
 
พอเริ่มก้าวขาเดินไปข้างหน้า แค่ก้าวแรกขาทั้งสองข้างก็ไม่สามัคคีกันแล้ว จะแยกทางกันตลอดเวลา ต้องคอยเอาไม้สกีจิกพื้นเอาไว้ นึกถึงพื้นฐานการทรงตัวของสเ็ก็ตบอร์ดกับหลักของ arrow dynamic แล้วค่อย ๆ ไถลตัวไปข้างหน้า ก้มตัวลง เก็บคอและงอเข่า สองขาแนบชิดกันไว้ พยายามทำตัวให้ลู่ลมไปข้างหน้าให้มากที่สุด
 
ผลลัพธ์คือไถลมาได้ไกลพอสมควร แล้วก็เสียหลักหงายหลังหกล้มกลิ้งไม่เป็นท่า... 
 
เล่นกันตามสบาย
ใครจะล้มจะกลิ้งยังไงก็ได้ ตามสบาย
 
เสียหลักหงายหลังนอนแผ่ดังแอ๊กกกกกก เล่นเอาเจ็บจนน้ำตาซึม นึกว่าหงายหลังลงหิมะแล้วจะไม่เจ็บ แต่ที่ไหนได้เจ็บซะยิ่งกว่าเจ็บ เอามือคุ้ย ๆ หิมะออกดูแล้วถึงรู้ว่าด้านล่างหิมะที่ฟู ๆ มันคือแผ่นน้ำแข็งดี ๆ นี่เอง มิน่าถึงได้เจ็บซะขนาดนั้น อูย...
 
ถือคติล้มได้ก็ลุกได้ ยืนตั้งหลักแล้วลองเล่นใหม่อีกครั้ง ค่อย ๆ ไถลตัวไปมาช้า ๆ พอให้เริ่มชินกับการทรงตัวบนสกี รอบ ๆ ตัวมีนักสกีมือใหม่หลายคนหกล้มคลุกคลาน กลิ้งไปกลิ้งมาเป็นเพื่อนหลายคน พอเริ่มชินกับการไถลตัวบนพื้นราบ ความอยากลองลื่นลงมาจากเนินก็เกิดขึ้น เดินลากสกีพาตัวเองขึ้นไปบนเนินหิมะเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่ล้มจับกบ เป็นเนินหิมะขนาดย่อมไม่ถึงกับชันมาก มองไกล ๆ คล้าย ๆ กองเกลือสินเธาว์ในนาเกลือ
 
ค่อย ๆ ก้าวขึ้นไปทีละ้ก้าวจนถึงยอดเนิน มองลงมาแล้วไม่ค่อยสูงเท่าไหร่ จากนั้นก็ตามแบบฉบับทักษะพื้นฐาน  ก้มตัวเก็บคองอเข่าแล้วไถลลงมาจากเนินทันที รู้สึกตัวเองพุ่งลงจากเนินเร็วเกินไป เร็วซะจนลืมทักษะการเบรคที่เจ้าหน้าที่สอนให้เมื่อสักครู่ ผลก็คือเบรคไม่ทันแล้วล้มคว่ำหงายหลังอีกรอบ
 
ลุกขึ้นนั่งได้แล้วฮาตัวเองมาก ที่รู้สึกหนาวจนตัวงอในตอนแรก เริ่มรู้สึกร้อนจนอยากถอดชุดสกีออก เหงื่อชุ่มไปหมด ยังไม่ทันลุกขึ้นยืนก็มีนักสกีมือใหม่กลิ้งลงมาจากเนินเป็นเพื่อน แต่ท่าทางจะหนักกว่าเพราะสกีถึงกับหลุดกระเด็นออกจากรองเท้าสกี เป็นเด็กชาวจีนอายุประมาณ 12 ขวบ คงจะเจ็บมากทีเดียว เพราะเห็นลุกขึ้นตั้งหลักได้ก็ถอดสกีออกแล้วหันหลังเดินกลับไปเลย ไม่เล่นต่อแล้ว
 
จุดปล่อยตัวจากยอดเขา
บนยอดเขา จุดปล่อยตัวของนักสกีและสโนว์บอร์ด
 
เล่นสกีกลิ้งไปกลิ้งมาคนเดียวจนเหนื่อย พึ่งจะรู้ว่าการเล่นสกีนี่ใช้พลังงานเยอะเหมือนกัน เหนื่อยเหมือนวิ่งรอบสนามสักสิบรอบ (หรือเป็นเพราะกลิ้งล้มอย่างเดียว ถึงได้เหนื่อยกว่าเล่นสกีปกติ) อากาศหนาวจัดแบบนี้แต่ทำเอาหอบได้นี่ถือว่าไม่ธรรมดา
 
หลายคนในลานสกีเลือกเล่น lift ที่ให้บริการฟรีในการช่วยพาขึ้นไปบนเนินเขาที่สูงกว่า ลักษณะเป็นแผ่นโลหะแบน ๆ กลม ๆ เหมือนจานข้าวขนาดใหญ่ ตรงกลางยึดติดกับสลิง เวลาขึ้นก็คอยกะจังหวะให้ดีแล้วเหยียบลงไปบนแผ่นโลหะ แล้วก็เกาะสลิงให้แน่น เห็นโดน lift ลากไปกับหิมะเพราะเสียหลักการทรงตัวตอนเกาะตั้งหลายคน  เล่นเอาถอดใจไม่กล้าลอง
 
สโนว์บอร์ดมืออาชีพ
เซียนสโนว์บอร์ด เล่นเก่งมาก
 
เปลี่ยนจาก lift มานั่งกระเช้าขึ้นยอดเขาแทน ค่าขึ้นคนละ 20 หยวน ไม่รวมกับค่าเล่นสกี มัดจำ 100 หยวน เลิกเล่นแล้วคืนให้ 80 หยวน กระเช้าเป็นแบบ auto ที่วนไปวนมา ตอนนั่งต้องกะจังหวะให้ดี ๆ พอกระเช้าว่างเริ่มวนมาถึงก็ต้องเตรียมตัวหันหลังนั่ง เพราะถ้าเสียจังหวะเพียงนิดเดียวก็มีสิทธิ์กลิ้งไม่เป็นท่าโชว์ชาวบ้านเค้าอีกรอบ
 
พอกระเช้าวนมาถึงก็กระโจนพรวดลงไปนั่ง จากนั้นกระเช้าก็ค่อย ๆ ไต่พาขึ้นไปตามยอดเขาที่มีหิมะโปรยปรายเป็นละออง ยิ่งสูงเท่าไหร่ยิ่งหนาวมากขึ้นเท่านั้น เหงื่อที่ออกจนชุ่มชุดสกีเมื่อสักครู่ตอนนี้แห้งสนิท ก้มลงมองดูพื้นแล้วเสียววาบ ถ้าร่วงตุ๊บลงไปนี่ซี้แหงแก๋แน่นอน...สูงซะ
 
เวลาถึงยอดเขาก็ต้องกระโจนลงเหมือนเดิม (เป็นการนั่งกระเช้าที่ลำบากจริง ๆ) แต่ตอนลงจะมีเจ้าหน้าที่คอยยืนรอรับอยู่ที่ยอดเขา ไม่เหมือนขาขึ้นที่ขึ้นกันเอง บนยอดเขาปกคลุมไปด้วยหิมะ สามารถมองลงไปเห็นวิวของลานสกีได้ทั้งหมด นักสกีและสโนว์บอร์ดฝีมือเซียน ๆ นิยมนั่งกระเช้าขึ้นมาเพื่อลื่นไถลลงไป อากาศบนยอดเขาหนาวกว่าที่ด้านล่างมาก มีลมเย็นจัดพัดตลอดเวลา ใช้เวลาอยู่บนยอดเขาไม่ถึงห้านาทีก็สู้ไม่ไหว หนาวจนสั่นไปทั้งตัว ต้องรีบลงกระเช้ากลับลงมาที่ด้านล่าง
 
รองเท้ากันหิมะ
รองเท้ากันหิมะที่ใส่ไป

พอลงมาถึงด้านล่างของลานสกี ยังนึกครึ้มอกครึ้มใจที่ E-520 แข็งแรงสุด ๆ ไม่เป็นอะไรเลยตั้งแต่ลงจากเครื่องที่ปักกิ่งจนมาถึงฮาร์บิน ไม่งอแงให้ต้องปวดหัวหนักกว่าเดิม แถมแบตฯ ยังอึดไม่แพ้กัน ลุยกันมาทั้งวันตั้งแต่เช้ายันเย็นแบตฯ ก็ยังไม่หมด ก่อนมาปักกิ่งหลายคนเตือนเรื่องกล้องและแบตฯ ที่จะเอาไปใช้ในอุณหภูมิติดลบ ต้องคอยระวังอย่างให้กล้องโดนอากาศเย็น
 
บางคนบอกเจอแค่อุณหภูมิ 1-3 องศาเซลเซียส กล้องก็น็อคไม่ทำงานแล้ว...
 
แรก ๆ ก็พยามเอากล้องซุกไว้ในเสื้อกันหนาว เวลาจะใช้งานค่อนข้างลำบากเพราะไม่ถนัดมือ บางครั้งเจอภาพสวย ๆ เด็ด ๆ กว่าจะหยิบเอากล้องออกมาได้ตัวแบบก็หายไปซะแล้ว เลยตัดสินใจห้อยเอาไว้นอกเสื้อกันหนาว ให้กล้องปรับสภาพตัวเองให้ชินกันอากาศหนาวจัดที่ปักกิ่ง แต่พอเจอกับอุณภูมิติดลบ 38 องศาเซลเซียส  ที่ฮาร์บิน E-520 ทำท่าจะน็อคไปหลายรอบ แต่ก็ไม่เห็นเป็นอะไร
 
ที่ไหนได้...มันน็อคไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เวรกรรม
 
รีบเดินลากสกีกลับไปยัง ski house เพื่อหาไออุ่นให้กล้องและตัวเอง ยังเหลือเวลาอีกยี่สิบกว่านาทีถึงจะหมดเวลา  ตัดสินใจเลิกเล่นก่อนกำหนดเพราะกลัวออกจากลานสกีเย็นเกินไปรถจะติด ทำใ้ห้ไปเที่ยวงานเทศกาลแกะสลักน้ำแข็งได้ไม่กี่ชั่วโมง คืนอุปกรณ์การเล่นสกีทั้งหมด รับเงินมัดจำค่าขึ้นกระเช้าคืน เปลี่ยนรองเท้ากลับมาเป็นคู่เดิม แล้วเอาผ้าพันคอมาพันรอบกล้อง ซุกไว้ในหมวกไหมพรมแล้วยัดใส่เป้เอาไปวางข้าง heater ใน ski house
 
ใจเต้นไม่เป็นจังหวะกลัวกล้องน็อคไปเลย ภาพที่ถ่ายมาทั้งหมดยังไม่ได้ backup file ถ้าเกิดเดี้ยงขึ้นมาจริง ๆ ล่ะเศร้าแน่ วางทิ้งเอาไว้สักพักแล้วค่อย ๆ ย่องไปหยิบมาเปิดออกดูอาการ ปรากฎว่าไม่เป็นไรสามารถถ่ายได้ตามปกติ เย้ เย้...
 
ก่อนออกจาก Harbin Jihua Ski Resort แวะหาของร้อน ๆ รองท้องที่ชั้นสองที่เปิดเป็นศูนย์อาหารแบบบุฟเฟ่ต์ เลือกขนมปังแข็ง ไข่ดาว-แฮมและไข่ต้มมากินรองท้อง (แต่ดูท่าแล้วไม่เรียงรองท้องแฮะ ฟาดซะอิ่มจนพุงกาง) เติมพลังให้กับร่างกาย ก่อนที่จะไปเดินเที่ยวงานเทศกาลแกะสลักน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก Harbin Ice Festival 2010 ริมฝั่งแม่น้ำซงฮัวเจียงเป็นรายการสุดท้ายของวันนี้

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ...big smile

#14 By Rin-Kung on 2010-02-24 10:24

อิจฉาอ่ะ..อยากรองเล่นมั่งจังbig smile

#13 By nudee on 2010-02-12 09:05

#8 ไม่เรียกว่าใจเด็ดหรอกคับชายคลอง เรียกว่าอยากลองมากกว่า เคยเห็นคนอื่นเค้าเล่นกันแล้วอยากลองดูบ้างว่าจะเป็นยังไง 555+ สุดท้ายได้แต่กลิ้งไปกลิ้งมา sad smile

ส่วนเรื่องกล้องและแบตฯ ตอนแรกเป็นห่วงมากกลัวกล้องจะน็อคกับอุณหภูมิเย็นจัดขนาดนั้น เตรียมแบตฯ ไปตั้ง 3 ก้อน แต่ใช้งานจริง ๆ แค่ก้อนเดียวเอง ชาร์ตแบตให้เต็มตอนกลางคืน เช้ามายัดใส่กล้องแล้วลุยกันตั้งแต่เช้ายันเย็น ไม่เป็นอะไรเลย แข็งแรงจริง ๆ สำหรับ E-520

เทคนิคง่าย ๆ คงเหมือนกับการให้กล้องปรับอุณหภูมิตัวเองเหมือนร่างกาย คือให้เริ่มชินกับอุณหภูมิติดลบที่ปักกิ่งก่อน แล้วค่อยมาปรับสภาพให้ชินกับอุณหภูมิที่ฮาร์บิน จะมีน็อคก็ครั้งเดียวตอนที่กลับลงมาจากภูเขาหิมะคับ หลังจากนั้นก็ปกติไม่เป็นอะไรเลยจนกลับถึงไทย

ปล. กล้องเล็กก็ไม่เป็นอะไรนะคับ เห็นคนอื่นเอามาถ่ายกันตามปกติ นึกว่าจะน็อคแต่ก็ไม่น็อค ทรหดอดทนได้ดีไม่แพ้กล้องใหญ่คับ big smile

#12 By Rin-Kung on 2010-02-12 08:55

สกี ... น่าหนุกนะคะ ... ล้มก็คงไม่เจ็บเนอะ

(ไม่เจ็บมาก) เพราะตัวทุกคนเหมือนห่มผ้านวมมาก ๆ เลย big smile

#11 By Initmate on 2010-02-11 21:23

มองไปทางไหน ก็ หิมะbig smile

#10 By E.T.*** on 2010-02-11 19:35

มาถึงซีรีส์ 8 แล้วเรอะ wink

ซีรีส์นี้ หนาวววเข้ากะ เชียงใหม่ ตอนนี้ได้ พอดี open-mounthed smile

#9 By p.cobra on 2010-02-11 15:35

big smile ใจกล้ามากเลยทีเดียวครับ การที่จะฝากชีวิตไว้กับเหล็กแบน ท่อน

ยาวๆสองท่อน ต้องใจเด็ดมากเลย เล่นแล้วสนุก ดีกว่า เล่นแล้วเจ็บตัว

แบบน้องอายุ 12 คนนั้นนะครับ

เรื่องกล้อง ก็เคยมีคนบอกว่าที่อากาสเย็น แบตเตอรี่จะไม่สามารถเก็บประจุ

ได้นานเหมือนเดิมครับ แต่เท่าที่เห็นเจ้ารินทร์เล่ามา โอลี่ฯก็อึดใช้ได้ครับ

big smile

#8 By ชายคลอง on 2010-02-11 15:15

ขอเปลี่ยนสกี เป็นเลื่อนหิมะแทนดีกว่าครับ open-mounthed smile

นั่งเฉยๆ ปล่อยให้มันไหลชิ้ว cry

#7 By clock on 2010-02-11 14:53

Hot! หิมะขาวสวยมากๆเลย..คงจะหนาวจับขั้วหัวใจ..

อยากไปเล่นสกีอ๊ะ..มันจะคล้ายๆ กับเล่น ไอซ์เสก็ต ไม๊นะ..

ฮ่าๆ..อยากเห็นรูปเจ้ารินทร์ กำลังล้มลุกคลุกคลานตอนเล่นสกีจัง..

แต่ทริปนี้ คุ้มดีเน๊อะ ได้ทำอะไรหลายอย่างเลย..

สุดยอด..นักสกี..ฮ่าๆ big smile
เที่ยวยังไม่จบถ้ากล้องพังก่อนนี่แย่เลยconfused smile

#5 By Meowzilla Zilla on 2010-02-11 13:52

แอบมาขำคนแก่เล่นสกี อิอิ

เห็นแล้วเย็นดีจัง

ต่างจากบรรยากาศที่นี่ลิบลับ

ร้อนมากๆๆๆๆ

#4 By *+~+LovE- Atmospheric+~+* on 2010-02-11 13:28

หนาว ๆ ๆ แค่อ่านก็หนาวแล้ว ดีนะมาอ่านตอนบ่าย ทำให้อากาศที่บ้านเย็นลง ช่างมหัศจรรย์ จริง ๆ question

#3 By จอมบงการ on 2010-02-11 13:07

เห็นแล้วหน๊าววววว หนาว

อิจฉาค่ะ
อยากทำได้อย่างนี้บ้างจัง...

#2 By ta_THINK_nhong on 2010-02-11 12:49

อร๊าย อยากเล่นสกีcry cry cry