พยายามตัดใจจากพระตำหนักต่าง ๆ ภายในพระราชวังกู้กง ก้มหน้าก้มตาเดินจ้ำพรวด ๆ เข้าสู่พลับพลาเทียนอันเมินตอนสี่โมงเย็นนิด ๆ (อันที่จริงก็ไม่ินิดนะ ออกมาร่วมสี่โมงครึ่งแล้ว) สองมือซุกกระเป๋าสั่นพั่บ ๆ  ฝ่าความหนาวและแรงลม มุดลงอุโมงค์คนเดินเพื่อข้ามถนน 12 เลนไปฝั่งตรงข้าม มองหาแท็กซี่เขียวเหลืองเพื่อให้ไปส่งสนามบินก่อนเช็คอินตอนหกโมงเย็น
 
ทำไมเวลาจำเป็นเร่งด่วน แท็กซี่เขียวเหลืองนี่มันหายากจริง ๆ พับผ่าสิ!!! 
 
แท็กซี่ไปส่งถึงสนามบินปักกิ่งจวนเจียนหกโมงเย็น แลก bording pass เช็คอิน ผ่านด่าน ตม. ตรวจกระเป๋า ค้นตัว ค้นโน่นค้นนี่กว่าจะเสร็จกระบวนการเกือบ ๆ ทุ่ม เดินหมดสภาพลากขาไป gate 19 เพื่อรอขึ้นเครื่อง ไปถึงแล้วพึ่งจะรู้ว่า CA1639 Beijing-Harbin เลื่อนเวลาออกไปจากเดิม 20:30 น. เป็น 21:15 น. เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยให้บินตามกำหนดการเดิม
   
ลานหิมะ
หิมะทุกตารางเมตรในฮาร์บิน
 
ฝากรอยเท้าเอาไว้
ฝากรอยเท้าเอาไว้เป็นที่ระลึก
 
ท้องเริ่มร้องครวญครางเตือนว่ามันยังไม่ได้กินอะไรในมื้อเย็น เห็นแวบ ๆ ในหางบัตรมีเสริฟอาหารพิเศษบนเครื่อง เลยทนหิ้วท้องรอต่อไป gate เปิดให้ขึ้นเครื่องตอนสามทุ่ม ได้ที่นั่ง 24A ชิดติดริมหน้าต่างเหมือนเดิมที่มองไม่เห็นอะไรนอกจากแสงไฟตรงปีก ไปฮาร์บินเที่ยวนี้เป็นเครื่องขนาดเล็กที่ใช้บินในประเทศ แต่ใหม่กว่าลำที่มาจากสุวรรณภูมิมากแถมแอร์ฯ ยังน่ารักกว่าด้วย
 
เครื่อง take off ตอนสามทุ่มสี่สิบห้า ก่อนหน้านี้คลานวนไปวนมาอยู่ในสนามบินรอ clear runway เกือบสิบนาที สักพักแอร์ฯ ก็เสริฟน้ำและอาหารพิเศษคือแฮมเบอร์เกอร์จีนที่ลักษณะคล้าย ๆ กับแป้งโรตี อันประมาณฝ่ามือ กรุบ ๆ กรอบ ๆ งับทีร่วงกราวเต็มหน้าตัก ไส้ในเป็นมันเทศร้อน ๆ รสชาติใช้ได้ อร่อยดีเหมือนกัน (หรือหิวก็ไม่รู้) แต่ดันแจกให้แค่อันเดียว
 
เปิดทาง
ถนนหนทางเหมือนบ้านเรา
 
<