ยังคงวนเวียนหลงใหลความงาม ราวกับเป็นจักรพรรดิอยู่ในพระราชวังกู้กง หมุนอยู่ตรงลานกว้างหน้าพระตำหนักไถ่เหอ เดินย่ำหิมะเล่นไปตลอดทาง สนุกดี...เหยียบแล้วรู้สึกเหมือนเหยียบอะไรสักอย่างที่มันนุ่ม ๆ ฟู ๆ มองไกล ๆ เหมือนนาเกลือสินเธาว์ตามชายทะเล
 
เวลาแสงแดดสะท้อนกระทบกับหิมะ เกิดประกายระยิบระยับแวบ ๆ คล้ายกับแสงแดดสะท้อนเม็ดทราย สวยจนบอกไม่ถูกเลยทีเดียว นี่แค่หิมะในปักกิ่งยังสวยขนาดนี้ หิมะที่ฮาร์บินคงจะสวยกว่าหลายร้อยพันเท่า
 
ออกจากพระตำหนักจงเหอซึ่งเป็นพระตำหนักหลังที่ 2 จาก 3 พระตำหนักในวังหน้า ดูแผนที่ของอาม่าอีกรอบว่าพระตำหนักเป่าเหออยู่ตรงไหน นี่ถ้าไม่ได้แผนที่อาม่าติดมือมาล่ะก็ มีหวังหลงทางอยู่ในพระราชวังแหง ๆ รู้สึกว่าซื้อของที่จีนแล้วคุ้มค่ามากที่สุดก็คราวนี้แหละ 555+   
 
ป้ายชื่อประตูทางเข้า
ป้ายชื่อประตูทางเข้าพระราชวัง
 
อ่านไม่ออก
อ่านไม่ออก ใครอ่านออกช่วยบอกที
 
พระตำหนักเป่าเหออยู่ไม่ไกลจากพระตำหนักจงเหอ (อันที่จริงมันอยู่ด้านหลังน่ะแหละ แต่หาไม่เจอเอง) เป็นพระตำหนักขนาดใหญ่เท่ากับพระตำหนักไถ่เหอ จัดว่าเป็นพระตำหนักที่สำคัญพอ ๆ กัน ภายในมีบัลลังก์ที่ก่อสร้างโดยไม่มีเสาตั้งอยู่ในแถวที่ 2 ช่วยทำให้ห้องโถงทางด้านหน้าของท้องพระโรงกว้างขวางมากยิ่งขึ้น
 
และก็เหมือนเดิม...ห้ามเข้าอีกแล้ว ได้แต่ยืนชะเง้อคอยืดคอยาวอยู่ด้านนอก
 
ท้องพระโรงที่กว้างขวางนี้ ช่วยให้ไม่บังสายพระเนตรของจักรพรรดิ เวลาที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงรับรองบรรดาหัวหน้าชนเผ่ากลุ่มน้อยต่าง ๆ ในจีนที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 30 เดือน 12 ที่เป็นวันสิ้นปีของจีน รวมทั้งใช้เป็นสถานที่จัดพิธีอภิเษกสมรสของจักรพรรดิ โอรสและธิดา
 
1 ใน 9,999 พระตำหนัก
1 ใน 9,999 พระตำหนัก
 
พูดง่าย ๆ ก็คือท้องพระโรงเดิมมันเล็กไป เวลาจัดงานเลี้ยงที่มีทั้งจักรพรรดิ มเหส