กลับมาแหล๋ว กลับมาแหล๋ว...หายหัวกบาลไปเฉียด ๆ อาทิตย์ หนีไปวังน้อยมา แอบหนีไปแรดอยุธยามาซะชุ่มปอด (ความจริงแล้วไปงาน Start Up ต่างหาก แหะ แหะ) เดี๋ยวอาทิตย์หน้าก็กลับไปอีกรอบ ไป Start Up อีก Block นึง...ไปวังน้อยเที่ยวนี้ กะจะตะลอนอยุธยาแบบครบสูตร เพราะคราวที่แล้วจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าที่อยุธยาเค้ามีทัวร์ "สองน่องท่องอยุธยา" แอบไปดูโปรแกรมคร่าว ๆ แล้วกระดี๊กระด๊า อยากสองน่องกะเค้าบ้าง
 
แต่สองน่องธรรมดามันก็น่าเบื่อเกินไป ไม่ค่อยจะเร้าใจสักเท่าไหร่ ไม่ค่อยชอบแห่ตามพวกทัวร์ เลยเกิดอาการนึกเฮี้ยนขึ้นมาตะหงิด ๆ อยากลองสองตีนแรลลี่อยุธยาไหว้พระมาราธอนด้วยตัวเองดูสักครั้ง เดินกันให้รู้แล้วรู้แรด ดูสิว่ามันจะเป็นยังไง 555+
 
อ่ะ...ในเมื่อได้โปรแรมแรลลี่สองตีนท่องอยุธยาแล้ว ต่อไปก็คือต้องเซ็ตโปรแกรมกันก่อนว่าจะสองตีนไป ณ ที่แห่งไหนบ้าง ไปอยุธยามาก็หลายครั้งแล้วแต่ยังเที่ยวไม่ทั่วสักกะที ได้ไปที่ละนิดละหน่อย คราวนี้แหละจะตะลอนซะได้หายอยาก
 
 
รินทร์อยากไปไหว้พระแถว ๆ ชานเมืองคับ เพราะงั้นแผนการที่วางไว้คร่าว ๆ ก็ต้องเริ่มจากใจกลางเมืองกันก่อน เก็บในตัวเมืองหมดก็จะตะลอนออกไปนอกเมือง คำนวณคร่าว ๆ ว่าระยะเวลาทั้งวันตั้งแต่เจ็ดโมงเช้ายันหกโมงเย็น ดูกำลังตัวเองแล้วน่าจะไปได้ไกลสุดก็วัดพุทไธศวรรย์คับ รวมระยะทางแล้วก็ไปกลับประมาณ 30 กิโลเมตรเห็นจะได้...แค่นี้เอง เล็กน้อยคับ
 

แผนการคร่าว ๆ ที่วางไว้ก็คือออกตัวด้วยความเร็วขนาดเต่าคลานจากโรงแรมที่พักตอนเจ็ดโมงเช้า มุ่งหน้าไปวิหารพระมงคลบพิตรโดยที่ไม่ลืมแวะพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา จากนั้นก็แวะไหว้พระที่วัดมหาธาตุ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในกรุวัดราชบูรณะ ไหว้พระและชมความงานของสามเจดีย์ที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ เสร็จแล้วก็มุดออกทางพระราชวังโบราณ ย้อนกลับไปแวะวัดธรรมิกราชและวิหารเก้าห้อง ก่อนจะบ่ายหน้าไปยังวัดหน้าพระเมรุ เป็นอันจบในบริเวณตัวเมืองอยุธยา
 

จากนั้นก็เริ่มออกสู่เขตชานเมืองด้วยการเดินย้อนกลับมาทางพระราชวังโบราณ วกเข้าวัดวรโพธิ์ วัดวรเชษฐ์ ไหว้พระนเรศวรแล้วก็ไปแวะวัดโลกยสุธาเพื่อไหว้พระพุทธรูปไสยาสน์องค์ใหญ่ แล้วก็เดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ เพื่อไปแวะพักหายเหนื่อยและไหว้พระเจ้าเสือที่วัดตึก พอหายเหนื่อยดีแล้วก็บ่ายหน้าตรงไปยังวัดท่าการ้อง วัดกษัตราธิราช วัดไชยวัฒนารามและวัดพุทไธสวรรย์ เป็นอันจบโปรแกรมสองตีนแรลลี่อยุธยา (เจ๋งจริง ๆ ๆ)
 
 
เห็นแผนการด้านบนแล้วเจ๋งมั้ยล่ะ อุตสาห์วางแผนการเอาไว้ซะดิบดี ว่าจะเริ่มออกตัวเวลานี้ ไปถึงจุดนี้เวลานั้น แต่พอเอาเข้าจริงดันตื่นสาย กว่าจะได้ฤกษ์ออกจากโรงแรมก็เกือบ ๆ แปดโมงเช้า ผิดแผนไปหน่อยเลยตัองรวบรัดตัดคิวให้ดี เพื่อที่จะได้ลงตัวกับเวลาที่เผื่อวางเอาไว้เพราะถ้าเลยหกโมงเย็นไปแล้วอยุธยาไม่น่าเดินเที่ยวเลย น่ากลัวมาก ๆ ๆ โดยเฉพาะพระราชวังโบราณ...บรื๋อ
 
ออกจากโรงแรมที่พักได้ก็มุ่งหน้าไปพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยาก่อนเป็นอันดับแรก ค่าบัตรเข้าชมคนละ 30 บาท ซื้อบัตรแล้วก็เอาหางบัตรไปกินกาแฟได้ฟรีแก้วนึง (สรุปค่าบัตรเข้าชม 20 อีก 10 บาทเป็นค่ากาแฟ) ตอนที่ไปเจ้าหน้าที่เค้ากำลังติดตั้งกล้องวงจรปิดพอดี ในพิพิธภัณฑ์เค้าห้ามถ่ายภาพ เพราะงั้นกล้องคู่ชีพเลยถูกเจ้าหน้าที่กักตัวเอาไว้ชั่วคราวที่หน้าประตูทางเข้า อดเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ เลย - -"
 

พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยาไม่กว้างมาก ขนาดเดินพอได้เหงื่อซึม ๆ มีทั้งหมดสองชั้นด้วยกัน ส่วนใหญ่เก็บรักษาเครื่องทอง พระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปสำริด โขนเรือ ฯลฯ ที่ถูกขุดค้นพบภายในกรุวัดราชบูรณะและกรุวัดมหาธาตุ เสียดายที่เค้าห้ามถ่ายภาพ ความจริงแล้วน่าจะอนุญาตให้ถ่ายภาพได้ ของเก่าแก่สวย ๆ ทั้งนั้นเลย
 
แต่ก็อย่างว่า เจ้าหน้าที่เค้าบอกถ้าปล่อยให้ถ่ายภาพได้ คงมีของปลอมลอกเลียนแบบของจริงออกวางขายกันให้เกร่อ พี่ไทยเราเจ๋งเรื่องลอกเลียนแบบอยู่แล้วด้วย
 
เดินแป๊ปเดียวก็ทั่ว ออกจากพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยาเกือบ ๆ เก้าโมงเช้า มุ่งหน้าไปวัดมหาธาตุต่อ เดินไปสองสามอึดใจก็ถึง ที่วัดมหาธาตุตอนนี้องค์พระปางค์ใหญ่สวยงามในอดีตไม่เหลือให้เห็นแล้ว สภาพโดยรวมก็ปรักหักพังเกือบหมด น่าเสียดายจริง ๆ ถ้าครบถ้วนสมบูรณ์เหมือนในอดีตคงจะสวยงามมาก ๆ ทีเดียว เพราะเห็นจากภาพถ่ายในอดีต องค์พระปรางค์ใหญ่โตมโหราฬมาก ๆ ๆ เลยล่ะ
 

ที่วัดมหาธาตุก็มีไฮไลต์อยู่สองสามจุด จุดแรกคือจุดที่ต้นไม้ใหญ่โอบอุ้มเศียรพระุพุทธรูปเอาไว้ อันซีนอเมซิ่งไทยแลนด์ดีจริง ๆ เช้า ๆ นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยเยอะเลยเดินเก็บภาพได้ตามสบาย ไม่ต้องพะวงว่าจะติดหัวดำ ๆ ของใครมาด้วย 555+ อีกจุดนึงที่จัดเป็นไฮไลต์เหมือนกันก็คือบริเวณวิหารเก่าที่ยังคงสภาพเดิม (บ้างนิดหน่อย) และแนวพระพุทธรู