เส้นขนานของความรัก

posted on 21 Aug 2009 19:13 by chenbin in Story
มีหลายคนบอกกับผมว่า ความรักเป็นสิ่งสวยงาม ความรักเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง มีพลังลึกลับในตัวเองที่สามารถทำให้เกิดความสุขสมหวัง หรือปวดร้าวทรมานใจ...แต่ถึงจะเจ็บปวดกับความรักอย่างไร ก็จงอย่าหยุดที่จะมีความรัก
 
 
ผมชื่อ "ต้น" เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ที่ได้สัมผัสและเรียนรู้จักกับความรัก...ผมไม่รู้หรอกนะว่ามุมมองความรักของแต่ละคนจะเป็นยังไง ผมรู้เพียงแต่ว่าตอนนี้ผมรัก "ปุ้ย" เพื่อนนักศึกษาร่วมสถาบันเดียวกัน ผมรู้เพียงแต่ว่าผมอยากมามหาวิทยาลัยทุกวัน อยากทำกิจกรรมกลุ่มตามที่อาจารย์สั่ง เีพียงแค่ให้ผมได้อยู่กลุ่มเดียวกับปุ้ย ได้ใกล้ิชิดกับปุ้ยก็พอ
 
แค่ได้คุย แอบมองเวลาปุ้ยเผลอตัวหัวเราะอย่างเต็มที่ เผยรอยยิ้มน่ารัก ๆ พร้อมกับลักยิ้มที่แก้มทั้งสองข้าง ผมก็มีความสุขแล้ว...
 
และผมก็รู้ด้วยว่า ปุ้ยเองก็รักผมอยู่เหมือนกัน...
 
พูดถึงความรักของใครหลาย ๆ คน ผมล่ะเบื่อจริง ๆ ที่เวลาเพื่อน ๆ ของผมมาปรึกษาเรื่องปัญหาหัวใจด้วย (ตัวผมเองยังเอาไม่รอดเลย แล้วดันเสือกถูกเลือกให้เป็นที่ปรึกษาปัญหาหัวใจอีก) อย่างไอ้เอกเพื่อนรักของผม มันทะเลาะกับฝ้ายแฟนของมันวันยังค่ำ ทะเลาะกันไม่รู้จักเบื่อ ทะเลาะกันทีไรผมก็ต้องมีหน้าที่รับฟังเรื่องราวและปัญหาของมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
"มึงไม่เคยรู้หรอก กูน่ะรักฝ้าย แต่เค้าไม่เคยรักกู..."
 
เป็นประโยคที่ผมได้ยินมาตลอดระยะเวลาสองปีที่ไอ้เอกมันคบกับฝ้าย และเวลามันสองคนทะเลาะกันทีไร ผมก็ได้แต่ปลอบใจไอ้เอกมันว่า
 
"เออ...กูรู้ กูฟังมาจนเบื่อแล้วนะโว๊ย แล้วมึงรู้ได้ยังไงว่าฝ้ายเค้าไม่รักมึง ถ้ามึงกับฝ้ายรักกันแล้วมึงทะเลาะกับเค้าทำห่าอะไรวะ?"
 
"กูแค่อยากรู้ว่าเค้ารักกู หึงกูบ้างหรือเปล่าเท่านั้นเอง...เอิ๊กกกก"
 
ผมได้แต่เวทนาในความรักของไอ้เอก มันอยากจะพิสูจน์ใจฝ้ายว่ารักและหึงหวงมันขนาดไหน จนยอมลงทุนควงคนอื่นให้ฝ้ายเห็น และผลสุดท้ายก็ทะเลาะกันห้องแทบพัง ทั้ง ๆ ที่ไ้อ้เอกมันก็รู้นะว่าฝ้ายน่ะรักมัน แต่มันก็ยังพิสูจน์ใจฝ้ายอยู่ได้ ผมล่ะเซ็งจริง ๆ
 
 
แต่ผมก็แอบอิจจาไอ้เอกนิด ๆ นะ ที่มันมีความรักที่ทะเลาะเบาะแว้งกับฝ้ายเป็นประจำ แต่ยิ่งทะเลาะกันยิ่งทำให้คนทั้งสองเข้าใจกันมากขึ้น ความรักของเอกกับฝ้ายมันก็มีทั้งส่วนที่เหมือนกันและแตกต่างกันออกไป คงเป็นเพราะเหตุนี้กระมัง ที่ทำให้ความรักของทั้งสองคนดูมีคุณค่า และพยายามค้นหาความรักในรูปแบบของตัวเองให้พบ
 
สงสัยจะเหมือนที่พ่อผมเคยบอก ทะเลาะกันบ่อย ๆ ยิ่งรักกัน...ยิ่งทะเลาะกัน มักหัวปีท้ายปี 555+ แล้วผมกับปุ้ยล่ะ...จะมีความรักในรูปแบบไหนกันนะ เฮ้อ!!!
 
หลายคนเคยบอกกับผมว่า ความรักน่ะนะมันสามารถที่จะแปรผันปรับเปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและระยะทาง ความรักมันก็เหมือนน้ำที่แปรสภาพไปตามภาชนะที่บรรจุ ถ้าภาชนะยิ่งเล็กความรักก็ยิ่งน้อย แต่ถ้าภาชนะยิ่งใหญ่ความรักก็ยิ่งท่วมท้นมากขึ้น
 
ผมเคยคิดเล่น ๆ ว่าความรักของผมกับปุ้ย จะเป็นภาชนะแบบไหนกันหนอ?
 
 
วันนี้ผมไปมหาวิทยาลัยตามปกติ ตั้งใจจะไปเซอร์ไพรส์ปุ้ยด้วยตุ๊กตาหมีตัวโต วันนี้วันเกิดปุ้ยครับ แต่ยังไม่ทันได้เจอกับปุ้ย ผมก็ถูกไอ้เอกลากตัวไปเสียก่อน
 
และทันทีที่ถ้อยคำสุดท้ายของไอ้เอกจบลง มันทำให้ผมรู้สึกชาไปทั้งตัว ตุ๊กตาหมีในมือผมร่วงผล็อยลงกับพื้นหญ้า โดยที่ทั้งผมและไ้อ้เอกไม่สนใจแม้แต่จะมอง
 
"มึงบอกกูว่า ปุ้ยจะไปอเมริกา..."
 
"ใช่...พรุ่งนี้เค้าจะไปอเมริกาเพื่อเรียนต่อ  กูว่ามึงตัดใจซะเหอะนะ ไอ้ต้น"
 
ผมแทบล้มทั้งยืน รู้สึกหัวหมุนเคว้งคว้างตาลายไร้เรี่ยวแรง จนไ้อ้เอกต้องมาคว้าตัวไว้ก่อนที่หัวผมจะฟาดกับพื้น...นี่ความรักของผมกับปุ้ย จะเป็นเหมือนเส้นตรงสองเส้นที่ขนานกัน ชนิดที่เรียกว่ามองไม่เห็นปลายทางของเส้นที่จะเชื่อมต่อกันได้แล้วหรือ ยิ่งผมรักปุ้ยมากเท่าไหร่ เราทั้งสองก็ยิ่งห่างกันมาเท่านั้น
 
อเมริกามันจะทำให้ความรักของผมกับปุ้ยห่างกันมากแค่ไหนนะ มันจะทำให้ความเข้มข้นของความรักที่เรามีต่อกันจืดจางลงบ้างหรือเปล่า ผมไม่เข้าใจว่าทำไมปุ้ยถึงเลือกไปเรียนต่ออเมริกา ทั้งที่ปุ้ยเคยบอกกับผมว่า "ปุ้ยรักต้นนะ เราสองคนจะไม่พรากจากกัน และจะรักกันตลอดไป
 
ปุ้ยจะไปเรียนต่อที่อเมริกาสองปี สองปีสำหรับปุ้ยอาจจะไม่นานแต่สำหรับผมมันโคตรที่จะนานเลย ไอ้เอกบอกผมว่าปุ้ยไปอเมริกาก็ดีเหมือนกัน จะได้ใช้ระยะทางระหว่างเมืองไทยและอเมริกาเป็นตัววัดปริมาณความรักระหว่างผมกับปุ้ย ว่าความรักและความรู้สึกที่ปุ้ยมีอยู่นั้น มันคืออะไรกันแน่?
 
มันคือความรักหรือเปล่า? และถ้ามันเ็ป็นความรัก มันจะเป็นความรักแบบไหน เป็นรักแท้ รักเทียม เป็นเพียงแค่ความรักชั่วครู่หรือเป็นแค่เพียงความรักที่ลุ่มหลง ผมเองก็อยากจะพิสูจน์ใจปุ้ยอยู่เหมือนกัน ว่าใจของปุ้ยจะยังมั่นคงต่อผมมากขนาดไหน
 
 
กาลเวลาผ่านไปสองปี วันนี้เป็นวันครบกำหนดเดินทางกลับของปุ้ย ผมไปรอรับปุ้ยที่สนามบินตั้งแ่ต่เช้า ทั้ง ๆ ที่ปุ้ยจะเหยียบแผ่นดินไทยตอนสองทุ่ม...ผมคอยเช็คเวลาที่ข้อมือตลอด สายตาคอยสอดส่องที่ช่องทางผู้โดยสารขาเข้า เผื่อปุ้ยจะมองไม่เห็นผมที่มารอรับ เพราะฉะนั้นผมจะต้องเฝ้าคอยเอาไว้จนกว่าปุ้ยจะมา
 
เสียงนาฬิากาข้อมือผมดังตรู๊ด ๆ บอกเวลาเที่ยงคืนตรง ผมยังเฝ้ารอปุ้ยอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ผู้คนมากมายเดินผ่านผมไปอย่างไม่ใส่ใจที่จะมอง ผมรู้สึกนัยน์ตาร้อนผ่าวและน้ำตาไหลโดยไม่มีสาเหตุ เจ้าหน้าที่สนามบินคงเห็นผมมายืนรอตั้งแต่เช้า จึงเดินมาถามว่ารอใคร จะมาเที่ยวบินไหนจะได้ช่วยเช็คให้
 
ผมส่ายหน้าบอกเจ้าหน้าที่ว่าผมคงจำวันผิด คนรักของผมคงจะมาพรุ่งนี้ มะรืนนี้ อาทิตย์หน้า เดือนหน้า หรืออาจจะไม่กลับมาหาผมอีกเลย...
 
 
ผมยอมรับว่าเส้นขนานของผมและปุ้ย มันยังมองไม่เห็นรอยต่อที่จะสามารถเชื่อมต่อกัน ทั้ง ๆ ที่มันก็น่าจะเชื่อมต่อกันได้ ไอ้เอกบอกผมว่าเส้นขนานสองเส้นแม้จะยังมองไม่เห็นจุดที่จะเชื่อมต่อกัน แต่นั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่าเส้นขนานคู่นั้น จะไม่มีทางมาพบกัน อย่างน้อยผมและปุ้ยก็ยังเคยมาเจอกัน รู้จักกันและมีความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กัน
 
เพียงแต่เวลานี้ ปุ้ยเปลี่ยนสถานะจากคนรัก กลายเป็นคนที่ไม่เคยรู้จัก ไม่สามารถกลับกลายไปเป็นคนรักของผมได้แต่ก่อน ผมกับปุ้ยคงจะไม่ใช่คู่ที่พรหมลิขิตให้มาัรักกันแน่ ๆ
 
เมื่อก่อนผมเคยเชื่อว่า ผมและปุ้ยเป็นคู่ที่พรหมลิขิตให้เกิดมาคู่กัน ผมเชื่อว่าที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของผมจะมีเชือกเส้นเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็น เป็นเส้นใยบาง ๆ เชื่อมโยงไปยังนิ้วก้อยของปุ้ย เป็นเชือกที่ผูกมัดผมและปุ้ยไว้ด้วยกัน เพราะถึงแม้ว่าผมและปุ้ยจะไม่เคยพบกันมาก่อน อยู่ห่างกันไกลขนาดไหนสุดท้ายก็ได้มาเจอกัน
 
ชีวิตของผมก็เหมือนกับเส้นขนาน เส้นขนานที่มีเส้นใยบาง ๆ ถักทอด้วยความรักเชื่อมโยงกันเอาไว้ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยฉุดดึงเส้นขนานอีกเส้นให้มาบรรจบพบกันได้ เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในใจผม ก็คือการทำให้เส้นขนานของความรัก รวมกับระยะทางและระยะเวลาให้มาบรรจบพบกัน มันจะต้องใช้เส้นใยเชื่อมต่อมากขนาดไหนกันหนอ
 
เส้นใยบาง ๆ แต่เหนียวแน่นถ้าถักทอขึ้นมาจากความรัก เส้นใยที่คนสองคนถูกดึงเข้าหากัน ต้องคอยรักและทะนุถนอนมันเอาไว้ ต้องหมั่นดูว่าความรักที่ใส่ลงไปในเส้นใยลดน้อยถอยลงแค่ไหน และต้องคอยเติมความรักลงไปอย่าให้ขาด
 
 
แม้วันนี้ความรักของผมและปุ้ยจะไม่สมหวัง เราสองคนแยกห่างจากกันไป แต่ที่ปลายนิ้วก้อยข้างซ้ายของผมก็เคยมีเส้นใยบาง ๆ เชื่อมโยงนิ้วก้อยของปุ้ยเอาไว้ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปสักแค่ไหน ต่อให้่ห่างไกลกันสุดขอบฟ้า ผมก็มั่นใจว่า สักวันปลายที่อยู่อีกด้านของเส้นใย จะต้องดึงเอาคนที่ใช่มาพบกับผมแน่นอน
 
เส้นขนานของคนสองคน แม้จะผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มากมายจนยากที่จะมีวันพบบรรจบกัน แต่ถ้าวันใดที่เส้นขนานทั้งสองเส้นได้มาบรรจบกันอีกครั้ง จากเส้นใยบาง ๆ ที่ปลายนิ้วก้อย จะถูกถักทอกลายเป็นเส้นตรงเส้นใหม่เพียงเส้นเดียว ที่มีความมั่นคงแข็งแรงและจะผูกพันกันตลอดไป ไม่มีทางแยกจากกันอีก...
 
ถ้าตอนนี้คุณกำลังเริ่มต้นที่จะมีความรัก...ขอให้คุณสามารถที่จะทักถอเส้นใยบาง ๆ ที่่ปลายนิ้วก้อย ที่จะเชื่อมโยงเกี่ยวพันกับใครคนใดคนหนึ่งทีอยู่อีกปลายของเส้นใย ผมรู้ว่าการทักถอเส้นใยบาง ๆ ระหว่างคนสองคนนั้นมันทำได้ยาก แต่ถ้าหากว่าวันใดที่คุณได้พบเจอกับคนที่คุณคิดจะมอบความรักให้แบบหมดใจ ผมรู้ว่าการทำให้เส้นใยบาง ๆ สองเส้นกลายเป็นเส้นเดียว...คงจะไม่ยากเกินไป
 
ถ้าตอนนี้คุณได้ค้นพบกับใครที่มีเส้นใยบาง ๆ ที่นิ้วก้อยด้านซ้าย ลองกระตุกนิ้วก้อยด้านซ้ายของคุณเบา ๆ ดูสิครับ คุณจะได้รู้ว่าปลายของเส้นใยที่อยู่อีกด้านนั้นมันมีปฏิกิริยากับปลายนิ้วก้อยของใคร และถ้าหากว่าคุณเจอกับคนที่มีเส้นใยบาง ๆ ใส ๆ ที่ปลายนิ้วก้อยแล้ว จงอย่าปล่อยให้เส้นใยนั้นขาดสะบั้นลง จงถนอมและเก็บรักษาเส้นใยบาง ๆ เส้นนั้นเอาไว้ ตราบเท่าที่ลมหายใจของคุณยังคงมีอยู่...
 
อนึ่ง : เป็นเรื่องแต่งนะ ลองเปลี่ยนแนวเขียนดูบ้างหลังจากเขียน "นิยามรักของแอนดรอยด์" ไปแล้ว
 
อสอง : เขียน ๆ อยู่ก็เผลอดูที่ปลายนิ้วก้อยด้านซ้ายของตัวเองเป็นว่าเล่น เผื่อจะเห็นเส้นใยบาง ๆ กะเค้าบ้าง 

Comment

Comment:

Tweet

หวัดดีคะ หลงเข้ามาอะ มะว่ากันน๊า แล้วจาเข้ามาเม้นต์บ่อยๆคะ
เขียนดีขึ้นเยอะเลยน้าาา ... big smile

#19 By 'ฟาย..ฟลาย on 2009-08-24 17:48

แล้วแต่อารมณ์นะคับ ถ้าเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ ส่วนมากสมองจะบรรเจิด เขียนอะไรปลอดโปร่งโล่งสบายไปซะหมด

อยากลองเีขียนหลาย ๆ แนว เขียนเขียนเรื่องยาวไว้เรื่องชื่อ "เสามนุษย์" เป็นแนวสืบสวนสอบสวน ฆาตกรรมอำพรางลึกลับซ่อนเงื่อน เขียนไปหลอนไป

ไว้จะไปขุดเอามาให้วิพากษ์วิจารณ์กันคับผม confused smile

#18 By Rin-Kung on 2009-08-24 08:53

ความรักบางทีก็ออกแบบไม่ได้ค่ะ พี่แพทเชื่อเรื่องพรหมลิขิตอยู่นะเจ้ารินทร์confused smile

#16 By Pat's Song on 2009-08-23 01:10

แนวนี้ก็มีกับเขาด้วยนะเราเนี่ย.. confused smile

#15 By แอ้ on 2009-08-23 00:08

ใช้คำได้สละสลวยดีครับ แหม...แต่แนวรักๆเนี่ย อ่านไปก็อมยิ้ม

ไป มาอ่านอนึ่งจึงรู้ว่าเป็นเรื่องแต่ง เกือบเชื่อแล้วนะเนี่ย sad smile

#14 By ชายคลอง on 2009-08-22 21:50

เคยคิดว่ามีเส้นใยนั้น ถึงแม้มันจะบางๆแต่มันก็ไม่เคยเหนียวแน่นพอจะดึงกันไว้อยุ่ เศร้า ..... ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ confused smile confused smile
เอก ... ตุ๊กตา หมี ... เรื่องราวในมหาวิทยาลัย
( บังเอิญจังค่ะ .... เคยอ่านบันทึกรกของเพื่อนคนนึง ชื่อ เคนจิ เค้าก็มีเรื่องราวคล้าย ๆ กับเรื่องนี้พอดี ... ไม่อยากนึกถึงช่วงนั้นเลย เพราะก็มีเรื่องให้คิดถึงมากมาย กุ๊ก ๆ กิ๊ก ๆ เกิดที่ช่วงนี้แหละ ... เนอะคะ)

เป็นเรื่องราวที่น่ารักดีนะคะ แนวนี้ ผ่านเลยนะคะ
เขียนอีกได้เลยค่ะ ...


ชอบเรื่องด้ายแดง ... ชอบเพราะดูหนังเกาหลี
ไม่รู้ว่าเรื่องด้ายแดงนี้เป็นเรื่องของใครเนอะคะ ....
แต่เป็นเรื่องราวที่น่ารักมาก ๆ เลยค่ะ

กระตุก ทั้งแรง และ ทั้งเบา แล้ว ไม่เห็นมีปฏิกิริยากะใครซักที แฮะ big smile big smile


อ่านแนวนี้แล้วสดชื่นไปอีกแบบเนอะ
(แม้จะไม่สมหวังก็ตามที) big smile

#12 By Initmate on 2009-08-22 21:01

ชอบนะครับ นิยายรักเรื่องนี้ big smile

ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามจริง ๆ ครับ
ถึงเราจะไม่ได้ครอบครองความรักเอาไว้
แต่ แค่เรามีความรักในหัวใจก็เป็นพอครับ big smile


ชอบประโยคนี้จัง ครับ

สักวันปลายที่อยู่อีกด้านของเส้นใย จะต้องดึงเอาคนที่ใช่มาพบกับแน่นอน

โดนในมากมายครับกับประโยคนี้ cry cry cry cry cry

#11 By j-di on 2009-08-22 16:39

เมื่อถึงเวลา

ไม่ต้องกระตุกนิ้วเดี๋ยวเชือกเส้นนั้นมันจะตึงให้เรารู้สึกเองครับ

พรหมมันลิขิตทดสอบใจเราอยู่เสมอครับ

บางคนคิดว่าเชือกที่ปลายนิ้วเค้ากับเรามันเส้นเดียวกันแน่ๆ

แต่ก็ยังไม่ใช่เพราะมันอาจเป็นเส้นหลอกที่ทับซ้อนแยกไปเป็นเส้นอื่นอีก

ฉะนั้นเมื่อมีโอกาสจงทำให้ดีที่สุดเผื่อว่าเราอาจจะปล่อยนิ้วที่อยู่ปลายเส้นตัวจริงหลุดลอยไปก็ได้ครับ


ปล.วิธีลองใจแฟนแบบในเรื่องถ้าเป็นเรื่องจริงนี่ไม่ไหวเลยนะครับคบกันแล้วก็น่าจะมั่นใจกันนะกว่าจะคบกันได้ไม่ใช่ง่ายๆเลยครับ

#10 By k_i on 2009-08-22 14:18

ฟังดูละเอียดอ่อนดีครับ
แต่ไม่เคยคิดอะไรแบบนี้
ปล่อยให้มันทำหน้าที่ของมันเองมากกว่า
และก้คอยดูแลประคับประคองไปconfused smile

#9 By แทณนี่แหละ on 2009-08-22 12:26

กระดิก นิ้วก้อยซ้าย ดิ๊กๆ..จะมีใครกระุตุก บ้างมั้ยเนี่ย..ฮ่าๆ question

big smile

#7 By b-padung Studio on 2009-08-22 11:50

อ่านแล้วซึ้งอ่ะ เด๋วไปเดินจตุจักรดีฟร่า เดินไปกระตุก นิ้วไป
ใครจะว่าเป็นโรคชักกระตุกไหมเนี่ยะ

ชอบค่ะ ชอบ

พี่เคยคิด และ ก็ยังคงทำมาตลอด เวลาเราอยู่กับใคร ขอให้เราทำดีกับเขาให้ได้มากและนานที่สุด เพื่อที่วันนึงถ้าต้องจากกันไป เขาจะจดจำแต่เรื่องดี ๆ ของเราได้เสมอ ค่ะ open-mounthed smile

#6 By ta_THINK_nhong on 2009-08-22 11:22

ไม่รู้จะสงสารต้น หรือสงสารปุ้ยดีเนาะ ทำมั๊ยมีแต่คนไขว่คว้าหาความรัก แต่พวกมีความรักก็เริ่มเบื่อ ประมาณว่า คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า big smile big smile

#5 By โต๊ะคิ้งส์ on 2009-08-22 10:48

อ่านจบแล้วรองกระดิกนิ้วก้อยดูไม่รู้ว่านิ้วก้อยอีกนิ้วจะรู้สึกอะไรข้างไหม
....................big smile

#4 By nudee on 2009-08-22 10:47

เย้ยยยย.....นิ้วก้อยกระตุ๊กcry cry cry

ความรักรอเราอยู่ทุกที่คะ คู่แท้อาจเดินสวนกับคุญอยู่ก็ได้นะคะ big smile

#3 By freeda on 2009-08-22 10:41

ชอบนิยายรักของแอนดรอยด์มากกว่า เรื่องนี้พี่ว่าแหม่ง ๆ อย่าลืมแก้คำผิดนะจ๊ะ ส่งไปทาง twitter

#2 By จอมบงการ on 2009-08-22 10:13

อ่านไปก็คันๆยิบๆที่นิ้วก้อยซ้ายไปconfused smile

#1 By Ruchesmowse on 2009-08-22 10:03