หลังจากที่ 'รินทร์เริ่มดองบล็อกเมื่ออาทิตย์ก่อนโน้น อำลาเพื่อน ๆ ใน exteen เพื่อเตรียมตัวหอบเสื้อผ้าหนีความวุ่นวายไปอยู่กับพ่อที่บ้านสวนราชบุรี พร้อมกับลาหยุดงานต่ออีกสองวันเพื่อหันหลังหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง หนีไปแรดอย่างเต็มที่ท่ามกลางสายลม สายน้ำและแสงแดด (อันสุดแสนจะร้อนโครต ๆ) ที่บ้านสวน...บ้านราชบุรี บ้านหลังเล็ก ๆ ไร้ความเจริญแต่เต็มไปด้วยความสุขของคนวัยปลดเกษียณอย่างพ่อ
 
บ้านสวนหลังนี้เป็นของอาเจ้ารินทร์เองคับ อาซื้อไว้เมื่อปี 38 ตอนนั้นไร่ละแสน เป็นสวนผสมขนาดเนื้อที่ห้าไร่่ ตั้งอยู่ที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรีโน่นแนะคับ อยู่ใกล้ ๆ กับเขาช่องพรานที่เป็นถ้ำค้างคาว ตอนเย็น ๆ 'รินทร์ชอบไปยืนดูค้างคาวบินออกมาจากถ้ำ มองไกล ๆ เห็นไปสายดำ ๆ ยาวเหยียดบินออกมาจากถ้ำแบบไม่มีที่สิ้นสุดสักที เสียงงี้ดังให้เจี๊ยวจ๊าวไปหมด เคยจับเวลาเล่น ๆ ตั้งแต่ห้าโมงเย็น เกือบหกโมงเย็นเจ้าค้างคาวในถ้ำยังบินกันออกมาไม่หมดเลยล่ะคับ
 
พ่อมาอยู่ที่บ้านสวนนี้ตั้งแต่ปี 39 ตอนนั้น 'รินทร์กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยพอดีคับ จำได้แม่นว่าตอนอาซื้อที่ทิ้งไว้แล้วต้องการคนเฝ้าสวน พ่อเป็นคนรับอาสาอาไปเฝ้าให้ เพราะไม่ไว้ใจคนงานที่จะจ้างให้เฝ้า ไปอยู่ตั้งแต่ยังไม่ได้ปรับสภาพดิน ขุดบ่อเลี้ยงปลาและใช้สำหรับซักล้างเลยนะคับ จนถึงเดี๋ยวนี้ก็เกือบ 13 ปีแล้วล่ะคับ พ่ออยู่คนเดียวคับกับน้องหมาอีกสองตัว เวลา 'รินทร์ว่างก็ไปหาพ่อเป็นประจำคับ
 
ตอนนี้บ้านสวนของพ่อเปลี่ยนแปลงสภาพจากเดิมเยอะแยะเลยนะคับ จากเดิมที่เป็นเพียงผืนดินธรรมดา ไม่มีอะไรเลยสักกะนิดเดียว ปราศจากต้นไม้ ต้นหญ้า ทุก ๆ วันพ่อจะขุด ถาง ถากหน้าดิน ปรับสภาพไปเรื่อยตามที่กำลังของคนวัย 65 จะทำได้ ต้นไม้ทุกต้นในสวนล้วนมาจากน้ำพักน้ำแรงของพ่อทั้งนั้น กลายเป็นสวนผสมแบบสมบูรณ์แบบ
 
อ้อ! สวนผสมที่ว่าเนี่ย 'รินทร์หมายถึงผสมจริง ๆ นะคับ คือผสมทุกอย่างที่พ่ออยากจะปลูก ไม่คำนึงว่ามันจะเข้ากันหรือเปล่า อยากปลูกมะม่วง มะพร้าว สมโอ ชมพู่ ขนุน มะกอก บลา ๆ ๆ ๆ เอามะพร้าวปลูกใกล้ขนุน เอามะกอกไปปลูกใกล้ชมพู่ อยากจะปลูกอะไรตรงไหนพอก็ขุดหลุมฝังตามใจเลยล่ะคับ ผลก็คือได้สวนผสมตามใจพ่อ คือมีทุกอย่างทุกสายพันธ์เท่าที่แรงและกำลังของพ่อจะขวนขวายหามาปลูกได้...
 
ตอนที่ 'รินทร์ไปสิงสถิตย์กับพ่อวันแรก และได้สัมผัสกับชีวิตของเด็กบ้านสวนวันแรก บอกตามตรงเลยคับว่าอยากหอบเสื้อผ้าหนีกลับกรุงเทพเดี๋ยวนั้นเลย เพราะบ้านสวนของพ่อไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรเลยล่ะคับ  ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึงอีกทั้งยังอยู่เกือบติดตีนเขาช่องพราน ขนาบด้วยนาของชาวบ้านในระแวกนั้น มองไปทางไหนเวิ้งว้างไกลสุดลูกหูลูกตาเลยล่ะคับ
 
ยิ่งตอนที่ 'รินทร์ไปนะคับชาวนาแถวนั้นเขาเผานาของตัวเองเพื่อเตรียมหว่านข้าว ขี้เถาฟุ้งตลบไปหมด หายใจแทบไม่ออกเลยล่ะคับ ดีนะที่ไม่อยู่ติดริมถนน ถ้าอยู่ติดริมถนน 'รินทร์ว่ารถราที่วิ่งแถวนั้น ได้มีสิทธิชนกันบ้างละคับงานนี้ เป็นบ้านสวนที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรเลยแม้แต่น้อย พ่อมีเพียงวิทยุเครื่องเก่า ๆ ยี่ห้อธานินทร์ไว้สำหรับเปิดฟังข่าว ฟังเพลงหมอลำลูกทุ่งตามประสาเพียงเครื่องเดียวเท่านั้นเองคับ
 
เวลาหุงข้าวกินกันก็ต้องหุงด้วยหม้อข้าวแบบเช็ดน้ำ ก่อไฟติดเตากันแบบเข้าค่ายลูกเสือพักแรม แรก ๆ 'รินทร์รับอาสาหุงข้าวคับ กะโชว์ฝีมือให้พ่ออึ้ง ทึ่งสักหน่อย (นาน ๆ จะโชว์สักที 555) แต่สุดท้าย...ข้่าวมื้อนั้นเกือบไม่ได้กินเพราะเจ้ารินทร์ดงข้าวสุก ๆ ดิบ แถมไหม้เป็นแห่ง ๆ อีกด้วย!
 
เดือนร้อนพ่อต้องซาวข้าวใหม่แล้วหุงซ้ำอีกครั้ง...ก็แหม เคยชินกับการหุงข้าวแบบไฟฟ้ามาตลอดนี่คับ แล้วไอ้วิชาเข้าค่ายพักแรมแบบลูกเสือเนี่ยนะ มันตั้งสิบกว่าปีมาแล้วนะคับ ไม่ได้งัดเอาออกมาใช้เลยสักครั้ง ดงข้าวดิบและไหม้นิดหน่อย ไม่ว่ากันเน๊อะ งุงิ
 
เวลาอาบน้ำก็ใช้น้ำจากบ่อที่ขุดเอาไว้นั่นแหละคับ ใช้ทั้งซักล้างและอาบน้ำชำระล้างร่างกาย หลังจากไปหมกตัวในสวนกันมาทั้งวัน แรก ๆ ที่อาบน้ำบ่อนะคับ ตอนฟอกตัวด้วยสบู่มันก็ลื่น ๆ ดีอยู่หรอก แต่พอล้างน้ำออกแล้วนี่สิคับ มันเหมือนมีเหมือก ๆ ลื่น ๆ เกาะตามตัว แถมผิวสาก ๆ ด้วยล่ะคับ
 
พอมืดก็จุดตะเกียงโป๊ะที่เป็นตะเกียงแบบกระป๋องมีไส้ จุดทีควันท่วมหลังคานั่นแหละคับ จุดไว้สองอันตั้งไว้หน้าบ้านหนึ่งอัน อีกอันไว้กลางบ้าน พอจะนอนก็เป่าไส้ให้ดับ ขยี้ ๆ ไส้ตะเกียงแล้วก็แอบเอาไว้ เวลาหามาจุดอีกครั้งจะได้หาเจอง่าย ๆ หน่อย แรก ๆ 'รินทร์หาตะเกียงไม่ค่อยจะเจอหรอกคับ ยิ่งตอนดับตะเกียงแล้วควานหาจะจุดใหม่อีกครั้งเนี่ยนะคับ แทนที่จะได้ตะเกียงกับเดินเตะตะเกียงแทนซะงั้น
 
ยิ่งดึกยิ่งน่ากลัว เงียบมากเลยคับ เสียงแมลงให้แซ่ดไปหมด คืนแรก 'รินทร์นอนไม่หลับเลย พลิกไปพลิกมาหลายตลบ พยายามข่มตาให้หลับก็ไม่สำเร็จ หันไปดูพ่อเห็นหลับกรนครอก ๆ ไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ปล่อยให้ลูกประสาทอยู่คนเดียว หลับ ๆ ตื่น ๆ หูงี้ให้แว่วไปหมด เสียงอะไรกุกกักนิดหน่อยก็ผวาลุกขึ้นนั่ง คว้าไฟฉายส่องดูแล้วล่ะคับ หลอนมาก กว่าจะหลับได้เกือบเช้า แถมบ้านพ่อ